|
เนื่องจากครูมีวิธีการมองเด็กว่า
เด็กแต่ละคนมีความพร้อมศักยภาพ ความสามารถ และมีความอยากเรียนรู้ด้วยตนเอง
การจัดกิจกรรมการเรียนรูในเรกจิโอ เอมิเลียจึงเป็นการเน้นเด็กเป็นศูนย์กลาง
หลักสูตรที่ใช้ในการดำเนินการเรียนการสอนจึงไมใชหลักสูตรที่กำหนดเนื้อหาที่แน่นอนชัดเจนดังหลักสูตรที่ใช้ในโรงเรียนสำหรับเด็กปฐมวัยโดยทั่ว
ๆ ไป โรงเรียนตามแนวคิดเรกจิโอ เอมีเลียไม่มีหลักสูตรที่เขียนเป็นหน่วยใหญ่หรือหน่วยย่อย
ครูไม่มีการเขียนแผนการสอนที่กำหนดขั้นตอนกิจกรรมการสอนที่ชัดเจน วิธีปฏิบัติคือ
แต่ละโรงเรียนที่ปฏิบัติตามแนวคิดเรกจิโอ เอมีเลียในประเทศอิตาลีจะรวบรวมรายชื่อหัวข้อโครงการที่คาดว่าจะเป็นความสนใจของเด็ก
หัวข้อโครงการที่เตรียมอยูในมือครูนั้นจะมีทั้งโครงการระยะสั้นและโครงการระยะยาว
แต่ถ้าเด็กสนใจในเรื่องที่อยู่นอกเหนือรายการหัวข้อที่ครูกำหนดไว้ล่วงหน้า
กิจกรรมโครงการในห้องเรียนก็จะปรับเปลี่ยนไปตามความสนใจของเด็ก สภาพการจัดกิจกรรมและประสบการณ์จะลื่นไหลไปตามสภาวะการณที่สนองต่อความสนใจของเด็กในขณะนั้น
เช่น หัวขอโครงการ "สิ่งปลูกสร้าง" (building) เมื่อเสร็จสิ้นโครงการอาจปรากฏชิ้นงานของเด็กเป็นกระท่อม
เสาสูง บ้านเช่าแบบห้องชุดหรืออื่น ๆ ตามจินตนาการและการสร้างสรรค์จากเด็ก
โดยครูมีบทบาทในการส่งเสริมสนับสนุนให้จินตนาการของเด็ก และความคิดสร้างสรรค์ของเด็กให้ปรากฏออกมา
และสื่อออกมาด้วยวิธีการที่หลากหลาย
การเรียนรู้อย่างลุ่มลึกจากงานโครงการ
(Projects) เป็นกิจกรรมการเรียนการสอนที่โดดเด่นในโรงเรียนตามแนวคิดเรกจิโอ
เอมีเลีย ก่อนการเริ่มโครงการในชั้นเรียนครูทุกคนจะประชุมพูดคุยกันถึงหัวข้อโครงการที่อาจเกิดขึ้นได้จากความสนใจของเด็ก
และคำนึงถึงความคิดที่คล้ายคลึงกับโครงการที่อาจเกิดขึ้นตามสมมติฐาน
ทางเลือกหรือตัวเลือกสำหรับเด็ก ครูจะวางกรอบความคิดถึงขั้นตอนแต่ละระยะของโครงการ
ตลอดจนการเตรียมการณ์ที่พร้อมสำหรับสิ่งที่ไม่คาดหวังที่อาจจะเกิดขึ้นจากความคิดความสนใจของเด็ก
เมื่อเริ่มโครงการในชั้นเรียนครูจะเปิดโอกาสให้เด็กได้ค้นหาสิ่งที่เด็กสนใจและทำงานในโครงการที่ตนเองสนใจไม่ว่าจะเป็นโครงการระยะสั้น
หรือโครงการระยะยาว ความคิดในเรื่องโครงการของเด็กนั้นมีรากฐานมาจากประสบการณ์ต่อเนื่องที่สร้างสมมาทั้งของเด็กและครู
หัวข้อโครงการอาจเริ่มจากเหตุการณ์โดยบังเอิญ หรืออาจเป็นคำถามหรือปัญหาที่เด็กคนหนึ่งหรือหลาย
ๆ คนถาม หรืออาจเกิดจากเนื้อหาที่ครูเริ่มต้นโดยการเล่านิทานหรือสนทนากับเด็ก
ตัวอย่างเช่น การเรียนรู้เกี่ยวกับ "ฝูงชน" หรือ "กลุ่มคน"
เกิดจากการที่เด็กคนหนึ่งมาเล่าให้เพื่อนในห้องฟังถึงประสบการณของตนที่มีโอกาสไปในที่
ๆ มีคนอยู่กันอย่างหนาแน่นในระหว่างการหยุดพักฤดูร้อน ประสบการณนี้นำไปสู่ความสนใจของเด็ก
ๆ ที่จะไปสังเกตถึงสถานที่ต่าง ๆ ที่คนจะไปรวมกันอยู่อย่างหนาแน่น เชื่อมโยงไปสูคำถามที่ว่าเวลาช่วงใดที่คนจะไปรวมกันอยู่อย่างหนาแน่นไปรวมกันเพื่อวัตถุประสงค์อะไร
ฯลฯ ในขณะที่โครงการ การทำน้ำพุ่เกิดขึ้นเนื่องจากเด็ก ๆ ต้องการสร้างสวนสนุกสำหรับนก
การทำงานโครงการแต่ละโครงการย่อมใช้เวลาไม่เท่ากัน
บางโครงการอาจใช้เวลาเพียง 2-3 วัน ในขณะที่บางโครงการใช้เวลาเป็นหลายเดือน
กิจกรรมและประสบการณในโครงการเอื้อให้เด็กเรียนรู้ทางด้านภาษา
ศิลปวัฒนธรรม ความหมายของคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคม คุณธรรม
การทำงานร่วมกัน การหาข้อตกลงร่วมกันในกรณีที่มีความคิดที่ขัดแย้งกัน
การสังเกตกระบวนการคิด การแก้ปัญหา การเรียนรู้วิธีการเรียน รู้จักแหล่งที่มาของความรู้ที่หลากหลาย
นักการศึกษาที่เรกจิโอ
คำนึงถึงหลักการสิทธิมนุษยชนในการจัดการเรียนการสอน ครูจะต้องเคารพสิทธิของเด็กในความต้องการที่จะเรียนรูในสิ่งที่เด็กสนใจ
ความรับผิดชอบของครู คือจะต้องเป็นคนช่างสังเกต เข้าใจและรู้เท่าทันถึงความต้องการ
หรือความสนใจในการเรียนรู้ของเด็ก และสามารถที่จะส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง
นักการศึกษามีความเห็นว่า
ในขณะที่นักคิด นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ นักศึกษาในศาสตร์แขนงต่าง ๆ
นั้นมีการสร้างทฤษฎีความเชื่อ และความเข้าใจต่าง ๆ ในศาสตร์ที่ตนสนใจ
เด็ก ๆ ก็สามารถสร้างทฤษฎี ความเชื่อ และความเข้าใจในสิ่งที่เด็กสนใจไดเช่นกัน
เช่น ปรากฏการณเรื่องฝนตก เมื่อพูดคุยกับเด็กว่า ฝนคืออะไร คำตอบที่เด็กตอบจะมีดังนี้คือ
"พระเจ้ากำลังร้องไห้" เทวดารดน้ำต้นไม้" พอบอกว่าวันนี้ฝนจะตก"
"คนอ่านข่าวในโทรทัศน์บอกว่าวันนี้ฝนจะตก" ฯลฯ ซึ่งเด็กแต่ละคนจะสร้างทฤษฎี
ความรู ความเข้าใจเกี่ยวกับ "ฝน" ครูปฐมวัย ตามแนวคิดเรกจิโอจะไมรีบเร่งในการให้คำตอบที่ถูกต้องถึงแหล่งที่มาให้กับเด็ก
ๆ แต่ครูจะยั่วยุถามคำถามเกี่ยวกับฝน เช่น เมื่อฝนตกลงมาพื้นถนนจะเป็นอย่างไร
สีผิวพื้นถนนเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง เสียงฝนที่ตกอย่างเบาบาง กับฝนที่ตกหนักเป็นอย่างไรนั้น
ฝนที่ตกลงมาไปอยูที่ไหน คำถามเหล่านี้จะหลั่งไหลออกมาทั้งจากเด็กและครู
เด็กและครูจะเรียนรู้ไปด้วยกันในการหาคำตอบในสิ่งที่สงสัยอยากรู้ การเรียนรู้ตามแนวคิดเรกจิโอจึงไม่ใช่เรียนจากแบบเรียนสำเร็จรูปที่จัดเตรียมไว้ล่วงหน้า
แต่เรียนรู้จากการค้นหาข้อมูลความรู้ที่จะตอบคำถามที่เด็กสงสัยใคร่รู้
|