|
การประเมินต้องทำหลายๆ
วิธีจนกว่าจะบอกได้ว่าเด็กคนนั้นจำเป็นต้องได้รับการศึกษาพิเศษ การทดสอบและการประเมินจำเป็นต้องเลือกที่จะใช้หรือไม่ใช้แบบทดสอบชนิดต่างๆ
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกีดกั้นหรือแบ่งแยกออกไปตามเผ่าพันธุ์ สีผิว
ภาษา หรือวัฒนธรรม อันเนื่องมาจากภาษาพื้นเมืองของเด็กบางคนอาจใช้ไม่ได้กับแบบทดสอบบางชนิด
กระบวนการประเมินจะต้องคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้
แบบทดสอบที่นิยมใช้กันมากในประเทศสหรัฐอเมริกา
แบบทดสอบที่ใช้ทดสอบเพื่อประเมินความบกพร่องทางการเรียนที่นิยมใช้กันมากในประเทศสหรัฐอเมริกา
ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของแบบทดสอบเท่านั้นแต่ไม่ใช่ทั้งหมด คือ
-
แบบทดสอบเชาวน์ปัญญา (Intelligence
tests หรือ IQ test)
-
แบบทดสอบที่ใช้มากที่สุดคือ
แบบทดสอบเชาวน์ปัญญาสำหรับเด็ก (WISC-III) มีแบบทดสอบย่อยที่ใช้ทั้งด้านการพูดและการกระทำ
-
แบบทดสอบ Woodcock-Johnson
Acheivement Test เป็นแบบทดสอบเชาวน์ปัญญา มี 21 แบบทดสอบย่อย เพื่อที่จะใช้สอบถามเรื่องเชาวน์ปัญญา
แบบทดสอบย่อยเหล่านี้ใช้วัดมากกว่าวัดระดับความสามารถทางเชาวน์ปัญญา
แต่สามารถประเมินได้ว่าจุดเด่นและจุดด้อยคืออะไร บางแบบทดสอบอาจช่วยบอกเราว่า
เขาทำได้ดีเกี่ยวกับเรื่องของการเห็น บางแบบทดสอบอาจทดสอบการได้ยินของเด็ก
หรืออาจพบว่าเด็กมีปัญหาในเรื่องความจำ เรื่องคำพูด
นอกจากนั้นยังมีแบบทดสอบเฉพาะบุคคลอื่นๆ
อีกที่ใช้ประเมินความบกพร่องในการเรียนรู้
มีคำถามว่า
เด็กอายุ 4-5 ขวบ ระดับไอคิว 46 จะเรียนหนังสือได้หรือไม่ ก่อนอื่นการทดสอบไอคิวในเด็ก
4-5 ขวบ อาจทดสอบได้ไม่ค่อยชัดเจนและอาจไม่ถูกต้อง เป็นสิ่งค่อนข้างอันตรายมากที่จะทดสอบไอคิวเด็กเล็กและประทับตราลงไปว่าไอคิว
46 เพราะระดับไอคิว 46 จัดอยู่ในกลุ่มเด็กปัญญาอ่อนระดับปานกลาง ซึ่งสอนได้แต่จะสอนยากเล็กน้อย
แต่ทว่าเด็กที่มีระดับไอคิว 46 ก็เรียนหนังสือได้แต่จะมีความยากลำบากมากกว่าเด็กอื่นและคงเรียนในโปรแกรมการศึกษาเฉพาะของเขา
เด็กจะต้องถูกทดสอบในเรื่องความบกพร่องทั้งด้านสุขภาพการมองเห็น
การได้ยิน สังคม อารมณ์ ความสามารถทางเชาวน์ปัญญา ความสามารถทางด้านวิชาการ
การสื่อความหมาย และความสามารถทางด้านกล้ามเนื้อ อย่างน้อยที่สุดที่ควรจะทำ
คือเวลาที่คิดว่าเด็กน่าจะมีความบกพร่องในการเรียนรู้ ควรจะต้องดูให้แน่ใจว่าเขาเห็นและได้ยินเป็นปกติหรือไม่
มีเด็กหลายคนที่คิดว่ามีความบกพร่องในการเรียนรู้หรือแอลดีแล้วส่งไปตรวจหูและพบว่าเขามีปัญหาการได้ยิน
ซึ่งไม่จัดเขาอยู่ในกลุ่มที่มีความบกพร่องในการเรียนรู้ เพราะฉะนั้นก่อนที่จะพูดถึงความบกพร่องทางการเรียนรู้
ต้องตรวจเช็คให้แน่ใจว่าหูและตาไม่มีปัญหา เพราะเรามักจะได้ประวัติทางสุขภาพจากพ่อแม่ของเด็ก
ซึ่งเราอาจจะมองข้ามปัญหาสุขภาพไป ทั้งๆ ที่เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ
|