การพัฒนารูปแบบการให้ความรู้พ่อแม่ ในการเลี้ยงดูเด็กอายุ
ต่ำกว่า 3 ปี ผ่านโรงพยาบาลชุมชนและสถานีอนามัย

 

1. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

          เด็กวัย 0-5 ปี คือ ช่วงอายุที่สำคัญของชีวิต เป็นรากฐานของการพัฒนาทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา เป็นวัยที่มีความสำคัญและเหมาะสมที่สุดในการปูพื้นฐานเพื่อยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิต นอกเหนือจากการอยู่รอดปลอดภัย โดยเฉพาะในระยะ 2 ปีแรกของชีวิต ซึ่งเป็นระยะที่ร่างกาย และสมองมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จำเป็นต้องได้รับการเลี้ยงดูที่ดีที่สุดและมีคุณค่าทั้งทางด้านร่างกายและสมอง เพื่อส่งเสริมพัฒนาการรอบด้าน รวมทั้งการกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาได้เต็มศักยภาพ หากเด็กในวัยนี้ได้รับการดูแลให้เกิดการพัฒนาทางด้านจิตใจ ความคิด และสติปัญญาอย่างถูกต้อง เหมาะสมกับวัย โดยมีครอบครัวเป็นหลัก เด็กก็จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคม และประเทศชาติต่อไป

           เมื่อปี พ.ศ.2543 กรมอนามัยได้กำหนดนโยบายสำคัญโดยเฉพาะเด็กในชนบทให้ได้รับโอกาสในการส่งเสริมพัฒนาการ โภชนาการและสุขภาพ โดยการสนับสนุนให้โรงพยาบาลชุมชนและสถานีอนามัยมีมุมส่งเสริมโภชนาการและพัฒนาการเด็กปฐมวัย ขึ้นทั่วประเทศ และกำหนดเป้าหมายให้ครอบคลุมภายในปี พ.ศ.2544 กิจกรรมสำคัญที่สนับสนุนให้มีขึ้น ประกอบด้วย

          1. ส่งเสริมและสนับสนุนให้พ่อแม่ ผู้ปกครองเด็ก มีความรู้ความสามารถ ในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กด้วยตนเอง โดยการใช้สมุดบันทึกสุขภาพ และการได้รับความรู้จากการใช้มุมส่งเสริมโภชนาการ และพัฒนาการเด็กปฐมวัย

          2. สนับสนุนให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริการแนะนำความรู้แก่แม่ ในการเฝ้าระวังส่งเสริมพัฒนาการ โภชนาการเด็กในพื้นที่ด้วยตนเอง

           ผลการสำรวจผลการดำเนินงานการจัดตั้งมุมส่งเสริมโภชนาการและพัฒนาการเด็กปฐมวัยในโรงพยาบาลและสถานีอนามัย ปี พ.ศ.2545 พบว่า ร้อยละ 86.86 ของสถานีอนามัย และ ร้อยละ 95.71 ของโรงพยาบาลชุมชนที่มีมุมส่งเสริมโภชนาการและพัฒนาการเด็กปฐมวัย อย่างไรก็ตามการมีมุมส่งเสริมโภชนาการและพัฒนาการเด็กปฐมวัยเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ สิ่งสำคัญจะต้องมีการให้ความรู้แก่พ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูเด็กที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะเด็กในช่วงอายุต่ำกว่า 3 ปี ที่เป็นช่วงที่มีความสำคัญ ที่สุด การให้ความรู้จำเป็นต้องมีรูปแบบ ที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับการปฏิบัติงานประจำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในโรงพยาบาลและสถานีอนามัยด้วย เพื่อให้มีความยั่งยืนในการดำเนินงานต่อไป