|
แนวคิดการเรียนการสอนแบบมอนเตสซอรี่
ได้นํามาปรับใช้ในบริบทสังคมไทยที่ โรงเรียนอนุบาลกรแก้ว เมื่อปี พ.ศ.
2529 และยังดําเนินการมาจนถึงปัจจุบัน ดังกิจกรรมการเรียนการสอนต่อไปนี้
เด็กทําอะไรที่โรงเรียน
ก่อนเข้าเรียน
เด็กเริ่มมาโรงเรียนจํานวนมากในช่วงเวลา
08.00 น . โดยมีครูคอยดูแลรับเด็ก เมื่อมาถึงเด็กจะนําของไปเก็บและส่งการบ้านในตะกร้าที่กําหนด
ครูจะหยิบสมุดเล่มเล็กที่บันทึกการสื่อสารระหว่างครูและผู้ปกครองมาอ่าน
เพื่อรับทราบข้อความที่ผู้ปกครองเขียนมา เด็กๆ จะกระจายกันไปตามจุดต่าง
ๆ วิ่งเล่นในสนามและบริเวณต่าง ๆ เล่นในสนามหญ้าจริง สนามหญ้าเทียม เล่นของเล่นที่นํามาจากบ้าน
เด็กที่นําขนมและนมมาจากบ้าน จะเอาของมาฝากให้ครูเก็บไว้เพื่อรับประทานและดื่มตามเวลา
สําหรับเด็กที่นําอาหารเช้ามาจากบ้านจะนั่งรับประทานอาหารเช้า
เวลาเรียน
เวลาเรียนจะเริ่มตั้งแต่เวลา
8.40 น . โดยแบ่งเด็กออกเป็นกลุ่มๆ กลุ่มละประมาณ
6-9 คน ไม่ได้จําแนกอายุของเด็ก แต่ละกลุ่มมีครูประจํากลุ่มคอยดูแลและเป็นผู้จัดเตรียมกิจกรรมในแต่ละสัปดาห์ให้เด็ก
การเรียนในแต่ละวัน
เด็กจะสลับกันเข้าไปเรียนกิจกรรมต่างๆ ทุกกิจกรรม โดยเข้าเรียนกิจกรรมละ
20 นาที คือ กิจกรรมวิทยาศาสตร์ กิจกรรมพืชผักสวนครัว กิจกรรมประกอบอาหาร
กิจกรรมเกมการศึกษา กิจกรรมห้องสมุด กิจกรรมวัฒนธรรมไทย กิจกรรมศิลปะ กิจกรรมกลางแจ้ง
สําหรับกิจกรรมมอนเตสซอรี่ จะใช้เวลา 1 ชั่วโมง
เมื่อเด็กเข้าไปพบครูประจํากิจกรรมจะทําความเคารพและพูดพร้อมๆ
กันว่า นักเรียนพนมมือ นักเรียนกราบ สวัสดีคะ /คุณครู เมื่อจบกิจกรรมก็
จะกล่าวเช่นกัน
การทํากิจกรรมมอนเตสซอรี่
เด็กจะไปเลือกหยิบอุปกรณ์มอนเตสซอรี่ที่จัดไว้ที่ชั้น ซึ่งแยกไว้ตามกลุ่มวิชาได้ตามความสนใจแล้วไปนั่งทํางานกับอุปกรณ์
บางคนทําที่โต๊ะ บางคนเอาเสื่อผืนเล็กมานั่ง แล้วแต่การเลือกอุปกรณ์ใดจะเหมาะสมกับการทํางานรูปแบบใด
เด็กโตจะนั่งทํางานด้วยตนเอง สําหรับเด็กเล็กบางคนยังต้องเดินมาขอความช่วยเหลือจากครูในการทํางานกับอุปกรณ์
จัดวางอุปกรณ์ครูจะเข้าไปช่วยแล้วถอยออกมาให้เด็กทํางานเอง เด็กจะหยิบอุปกรณ์กรณีที่วางอยู่ที่ชั้นออกมาทํางาน
ทําเสร็จจะเก็บแล้วหยิบชิ้นใหม่ออกมาทํา เวียนไปเรื่อยๆ มีทั้งอุปกรณ์ที่ทําคนเดียว
ทําร่วมกับเพื่อน บางคนเอาเสื่อไปวางใกล้กัน และมีการพูดคุยกันเป็นระยะๆ
บางคนก็จะทําอุปกรณ์แต่ละชิ้นใช้เวลานาน บางคนก็จะทําเสร็จเร็ว แล้วเปลี่ยนอุปกรณ์ชิ้นใหม่สิ่งที่เด็กหยิบมาทํามีทุกกลุ่มวิชาการใน
กลุ่มประสบการณ์ชีวิต เด็กจะทําอุปกรณ์ขัดรองเท้า เช็ดกระจก อาบนํ้าตุ๊กตา
ล้างมือ ขัดเล็บ งานเท งานตํา งานตัก งานคีบฟองนํ ้า ฯลฯ กลุ่มประสาทสัมผัส
เด็กทํางานกับรูปทรงเรขาคณิตทึบ รูปเหลี่ยมสร้างสรรค์ ปิดตาทําทรงกระบอกมีจุก
และต่อทรงกระบอกไร้จุกเป็นหอคอย ฯลฯ กลุ่มวิชาการ เด็กทํางานกับแผ่นตัวพยัญชนะ
ก - ฮ และวางตัวพลาสติกพยัญชนะทาบลงไปให้คู่กัน ครูสาธิตการทํางานกับแขนงไม้คณิตศาสตร์และบัตรตัวเลขกระดาษทราย
เด็กอีกคนทํางานนับตะเกียบใส่ลงในช่องให้สัมพันธ์กับตัวเลข มีเด็ก 2 คน
นั่งทํางานกับแบบฝึก ฯลฯ
กิจกรรมวิทยาศาสตร์มีครูประจําเพื่อสอน
1 คน วันนี้ครูสอนเกี่ยวกับสัตว์บกและสัตว์นํ้ า ครูให้เด็กยกตัวอย่างสัตว์ที่นักเรียนชอบ
เล่าเรื่องเกี่ยวกับสัตว์นั้น ๆ จากนั้นครูให้เด็กไปหยิบตุ๊กตายางรูปสัตว์ต่าง
ๆ ที่นักเรียนชอบ และบอกลักษณะของสัตว์ที่ไปหยิบมา มีกี่ขา สีอะไร รูปร่างเป็นอย่างไร
ฯลฯ สุดท้ายให้บอกเหตุผลที่ชอบสัตว์ชนิดนั้น
กิจกรรมพืชผักสวนครัว
เนื่องจากฝนตกดินแฉะ เด็กลงทําแปลงผักไม่ได้ ครูและเด็กจึงนั่งรวมกันที่สนามและพูดคุยถึงผักที่ได้ปลูกไปแล้ว
ต่อจากนั้นครูบอกว่า จะปลูกผักใส่แก้วพลาสติกจะได้นํากลับไปบ้านได้สําหรับพืชที่ปลูกไปแล้วคือ
ถั่วฝักยาว เมื่อถึงเวลาเก็บไดะจะนำไปปรุงอาหาร
กิจกรรมประกอบอาหาร
เด็กได้เคยทําขนมปังทาแยมมาแล้วในวันก่อนหน้านี้ ดังนั้น วันนี้ครูจะให้เด็กจินตนาการสิ่งที่ทําไปแล้ว
และวาดระบายสีลงในกระดาษ
กิจกรรมเกมการศึกษา
ครูอธิบายวิธีเล่นโดมิโน สาธิตให้เด็กดูว่า เด็กจะต้องหาภาพที่
เหมือนกับภาพท้ายสุดดังที่ครูวางให้ดูบนโต๊ะ จากนั้นครูแจกแผ่นไม้โดมิโนให้เด็ก
โดยเด็กแต่ละคนจะได้แผ่นไม้คนละ 4 แผ่น ครูให้เด็กคนหนึ่งวางแผ่นไม้พื่อเริ่มต้นการเล่นก่อน
จากนั้นเด็กคนถัดไป หาภาพที่ซํ้ากันมาวางเวียนไปในทิศทางเดียวกัน หากเด็กคนไหนไม่มีภาพที่ต้องการ
จะข้ามไปที่เด็กคนต่อไป เด็กคนใดใช้ชิ้นส่วนต่อเป็นภาพได้ครบก่อน คนนั้นเป็นฝ่ายชนะ
ครูให้เด็กเล่นซํ้า 3 รอบ
กิจกรรมห้องสมุด
เริ่มด้วยการที่ครูให้เด็กหยิบนิทานที่อยากฟังมาให้ครู แล้วอ่านให้เด็กฟัง
จากนั้นเล่าเรื่องโทษของบุหรี่ โดยครูกล่าวนําว่า ที่เล่าเรื่องนี้เพราะวันที่
31 พฤษภาคมจะเป็นวันงดสูบบุหรี่โลก นิทานที่เล่ามีเนื้อหาเกี่ยวกับโทษของบุหรี่ที่ทําให้เกิดความรําคาญแก่บุคคลรอบข้าง
และมีโรคภัยที่ตามมาจากผลการสูบบุหรี่ ครูบอกที่มาของบุหรี่ว่ามาจากใบยาสูบตากแห้ง
ทําให้เป็นเส้นและอัดเป็นหลอดใส่ซองขาย ขณะเล่านิทานเด็กก็พูดขึ้นว่ามีญาติสูบบุหรี่
ครูจึงบอกเด็ก ๆ ว่า เมื่อเรารู้แล้วว่าบุหรี่ไม่ดี เราก็ควรจะไปเตือนญาติของเราไม่ให้สูบบุหรี่
เล่าจบแล้วครูให้ไปหยิบหนังสือที่เด็กสนใจอ่าน จากการสังเกตเด็กจะเปิดดูรูปในแต่ละหน้า
กิจกรรมวัฒนธรรมไทย
ทบทวนการไหว้บุคคลที่เสมอกัน และคนที่มีอายุมากกว่า ให้เด็กได้ฝึกปฏิบัติ
ต่อจากนั้นสอนการกราบผู้ใหญ่โดยการอธิบายและสาธิตให้นักเรียนดูว่าเป็นการกราบครั้งเดียวและไม่แบมือ
และให้เด็กได้ฝึกปฏิบัติทีละคน
กิจกรรมศิลปะ
ครูจะมีถาดอุปกรณ์จัดวางไว้ให้โดยมีวัสดุในการทํางานศิลปะหลายชนิด เด็กจะเข้าไปเลือกทํางานศิลปะด้วยตนเองตามความสนใจ
มีทั้งปันดินนํ้ามัน ระบายสี วาดภาพ ตัดปะ เด็กที่ทํางานเสร็จแล้วก็จะไปทํางานร้อยลูกปัดขนาดเล็ก
ขนาดใหญ่ทําเป็นกําไลข้อมือ สร้อยคอ
การรับประทานอาหารว่างและอาหารกลางวัน
โรงเรียนจะเตรียมอุปกรณ์และอาหารไว้ที่โต๊ะ เด็กแต่ละกลุ่มจะดูแลช่วยเหลือตนเองในการรับประทานอาหารว่าง
โดยหยิบขนมจากโถและรินนมจากเหยือกเพื่อดื่มด้วยตนเอง เช่นเดียวกับการรับประทานอาหารกลางวัน
อาหารจะจัดวางไว้ให้เด็กตักข้าว ตักอาหารได้ตามต้องการ โดยอุปกรณ์ที่ใช้เป็นถ้วยจานกระเบื้องเพื่อฝึกให้เด็กมีความระมัดระวัง
และการตักอาหารเองจะได้รู้จักการกะประมาณตักอาหารให้พอดีกับความต้องการ
อาหารมีทั้งของคาว ของหวาน รับประทานเสร็จแล้วเด็กจะดูแลจัดเก็บอุปกรณ์ต่างๆ
ด้วยตนเอง โดยมีภาชนะรองรับวางไว้ให้ครูจะเข้ามาช่วยเฉพาะเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือจริง
ๆ เด็กตักอาหารแล้วไปนั่งรับประทานที่โต๊ะที่จัดไว้ครูประจํากลุ่มจะมาดูแลเด็กรับประทานอาหาร
เด็กบางคนใช้เวลาทานอาหารนานกว่า 20 นาที ทําให้เข้ากลุ่มกิจกรรมต่อไปช้า
เวลา
12.40 น . ครูจะตีกลองเดินมาที่สนาม เด็กจะรวมกัน เด็กเล็กเดินไปนอน เด็กที่เหลือร้องเพลงประกอบจังหวะ
จากนั้นจึงแยกย้ายไปทํากิจกรรมฝึกทักษะ 4 กลุ่ม คือ กลุ่มฝึกทักษะการฟัง
การพูด การอ่าน และการเขียน โดยมีเด็กประมาณ 6-7 คน ต่อ 1 กิจกรรม และในแต่ละวันจะมีการเวียนกลุ่มไปเรื่อย
ๆ กิจกรรมพิเศษที่ทางโรงเรียนจัดให้เด็กในภาคบ่าย โดยจ้างครูภายนอกเข้ามาทําการสอน
คือ คอมพิวเตอร์และภาษาอังกฤษ
เวลา
14.00 น . ระหว่างรอการกลับบ้าน เด็กจะวิ่งเล่น รวมกลุ่มกันเล่นตามความพอใจตามมุมต่างๆ
ของโรงเรี ยน โดยมีครูดูแลความปลอดภัย จนถึงเวลากลับบ้านผู้ปกครองมารับและกลับรถประจําโรงเรียน
การประเมินผล
การประเมินผลพัฒนาการของเด็ก มีขั้นตอนดังนี้
1.
การเก็บรวบรวมข้อมูล แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ข้อมูลรายวันและข้อมูลรายสัปดาห์
สําหรับข้อมูลรายวัน เป็นการบันทึกในแบบบันทึกข้อมูลประจําวันในเรื่องการใช้อุปกรณ์
บันทึกรายชื่ออุปกรณ์ที่เด็กทําในวันนั้น และการทําแบบฝึกในช่วงเวลากิจกรรมมอนเตสซอรี่
มี 4 หมวด คือ การเตรียมความพร้อม คณิตศาสตร์ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งมีรายชื่ออุปกรณ์ที่ครูสาธิตให้เด็กดู
และหัวข้อที่ครูใช้ในการอบรมเด็ก
สําหรับข้อมูลรายสัปดาห์เป็นการบันทึกเฉพาะด้านการทําแบบฝึกในแฟ้มรายบุคคลตามหมวดวิชาทั้
ง 4 หมวด ในแต่ละหมวดให้แบ่งฝึกออกเป็นชุดๆ ตามลําดับตั้งแต่ง่ายไปถึงยาก
มีแฟ้มบันทึกการทําแบบฝึกทั้ง 4 ด้านในแต่ละสัปดาห์ครูจะจดบันทึกวันที่ครูให้เด็กทําแบบฝึกชุดนั้น
สําหรับกิจกรรมมอนเตสซอรี่
มีเนื้อหาครอบคลุมการใช้อุปกรณ์จะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลรายวัน แต่การทําแบบฝึกหัดจะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งรายวันและรายสัปดาห์
2.
การประเมินผลพัฒนาการและการรายงานผลพัฒนาการ
การประเมินผลและรายงานผลพัฒนาการจัดทําเป็นรายเดือน
โดยครูเขียนรายงานประเมินพัฒนาการของเด็ก ตามหัวข้อการจัดการเรียนการสอนที่รับผิดชอบ
ครูประจํากลุ่มกิจกรรมมอนเตสซอรี่จะเขียนแบบประเมินพัฒนาการ 6 ด้าน คือ
กิจกรรมมอนเตสซอรี่ การเตรียมความพร้อม คณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
และการรับประทานอาหาร ส่วนครูกิจกรรมกลุ่มต่างๆ จะเขียนแบบประเมินเด็กทั้งโรงเรี
ยนตามกลุ่มที่ตนรับผิดชอบ
โรงเรียนกับผู้ปกครอง
โรงเรียนมีการเผยแพร่แนวคิดให้แก่ผู้ปกครองเพื่อให้เกิดความเข้าใจในเรื่องการสอนแบบมอนเตสซอรี่
ตั้งแต่เริ่มพาลูกมาสมัครเข้าเรียน โดยมีครูของโรงเรียนอธิบายให้ผู้ปกครองฟังก่อนจะตัดสินใจเลือกโรงเรียน
ในระหว่างปีการศึกษาทางโรงเรียนได้มีการจัดประชุมผู้ปกครอง
เพื่อเป็นการเสริมความรู้ให้แก่ผู้ปกครองในเรื่องของการสอนแบบมอนเตสซอรี่
และพัฒนาการเด็ก โดยเชิญวิทยากรจากมหาวิทยาลัยมาให้ความรู้ และตอบข้อซักถามต่างๆ
นอกจากนี้ยังให้โอกาสผู้ปกครองในการเสนอหัวข้อเรื่องที่สนใจจะได้รับความรู้และโรงเรียนพยายามจัดหาเวลาดําเนินการให้แก่ผู้ปกครอง
รวมทั้ง ได้จัด Open House ให้ผู้ปกครองได้มาเยี่ยมชมโรงเรียนเพื่อเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับการสอน
โรงเรียนได้มี
การจัดทําวารสาร "กรแก้ว " เป็นวารสารรายเดือนเพื่อให้ข่าวสารต่าง
ๆ ที่เกี่ยวกับกิจกรรมของโรงเรียน การขอความร่วมมือ รายการอาหารประจําเดือนนั้นๆ
รวมถึงบทความทางวิชาการต่างๆ ที่เป็นการเพิ่มพูนความรู้ให้แก่ผู้ปกครอง
ในการเลี้ยงดูลูกและเข้าใจการจัดการศึกษาปฐมวัย
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ
ที่โรงเรียนได้จัดขึ้นและขอความร่วมมือจากผู้ปกครอง ทั้งในส่วนเข้ามาเป็นวิทยากร
ช่วยดูแลเด็กในการไปศึกษานอกสถานที่ รวมทั้งกิจกรรมวันอําลาให่แก่เด็กที่จบการศึกษา
และมีการจัดตั้งชมรมผู้ปกครองมอนเตสซอรี่กรแก้ว
โรงเรียนกับสังคม
โรงเรียนเป็นแหล่งบริการทางวิชาการในการสอนแบบมอนเตสซอรี่
โดยบุคลากรของโรงเรียนได้รับเชิญเป็นวิทยากรให้แก่สถาบันต่างๆ เป็นสถานที่ฝึกการสอนของครู
และเป็นสถานที่ศึกษาดูงานและฝึกปฏิบัติงานของนิสิต นักศึกษา ของสถาบันต่างๆ
โรงเรียนได้พยายามทําทุกอย่างในฐานะของโรงเรียนที่ให้การดูแลและจัดการศึกษาให้แก่เด็กปฐมวัย
ให้ความร่วมมือกับผู้ปกครองในการที่จะเดินไปพร้อมกัน ช่วยกันดูแลเด็กให้เติบโต
สมบูรณ์พร้อมทุกด้านอย่างมีความสุข และให้บริการแก่สังคมโดยรวมด้วยสํานึกของความเป็นสถาบันหนึ่งของสังคมไทย
ที่จะทําดีที่สุดเพื่อสิ่งที่ดีงามให้เกิดขึ้นแก่เด็กทุกคน
|