ความรู้สึกของนักเรียนและผู้ปกครองต่อการสอนแบบมอนเตสซอรี่

          อดีตนักเรียนเก่าของโรงเรียนแบบมอนเตสซอรี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เล่าประสบการณ์ในโรงเรียนว่าเธอได้เข้าเรียนในโรงเรียนมอนเตสซอรี่ 12 ปี การศึกษาในระบบนี้ทําให้เธอรักโรงเรียน และรักที่จะเรียน เธอคิดว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีสําหรับเธอที่อยากให้เด็กทุกคนได้มีโอกาสเช่นเธอ

          เธอกล่าวต่อไปว่า วิธีการสอนของมอนเตสซอรี่ ทําให้เด็กได้สํารวจชีวิตของตนเอง ช่วยให้เด็กได้รับอิสระในการที่จะได้ขยายความสนใจ ใช้จินตนาการ และกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นที่มีอยู่ในตนเอง ทําให้เด็กได้เรียนรู้ตามความสามารถของตน ไม่ต้องไปแข่งขันกับใคร ครูทําตัวเป็นผู้แนะนําและกระตุ้นให้เด็กเกิดวินัยในตนเอง

          ในความทรงจําของเธอยังมีภาพของอุปกรณ์สีสันต่างๆ ที่เคยใช้ลูกปัดห้อยติดต่อกันแขวนอยู่ที่ผนังไม้เธอชอบความคิดของมอนเตสซอรี่ โดยให้สัญลักษณ์คํากริยาเป็นวงกลมสีแดง ทำให้เมื่อเวลาพูดถึงกริยาในชั้นเรียนทีไร ทําให้เธอคิดถึงภาพวงกลมสีแดง อุปกรณ์มอนเตสซอรี่ช่วยให้เด็กเข้าใจความคิดรวบยอด โดยให้ได้มีประสบการณ์ที่ต่อเนื่อง

          นอกจากการเรียนกลุ่มวิชาการ กลุ่มประสบการณ์ชีวิตที่เธอได้รับเป็นส่วนสําคัญ ในชั้นเรียนของมอนเตสซอรี่ทุกสัปดาห์เธอและเพื่อนได้ทําอาหารกลางวัน ทําให้ได้เรียนรู้การทํางานร่วมกัน และการรับประทานอาหารร่วมกัน ความเข้าใจและความไว้วางใจที่มีต่อกัน เกิดขึ้นจากการที่เราได้ทํางานร่วมกันนี่เอง เราช่วยกันดูแลเอาใจใส่สัตวเลี้ยง ทํางานซักรีด และดูแลทําความสะอาดชั้นเรียนของเราเอง

          บทบาทของครูในระบบมอนเตสซอรี่ไม่ใช้มาเป็นผู้วิพากษ์วิจารณ์พิจารณาตัดสิน แต่เป็นผู้แนะนําและคอยกระตุ้นสนับสนุนเด็ก เมื่อตรวจผลงานเด็กครูจะไม่ขีดสีแดงลงไปบอกว่าถูกหรือผิด แต่จะไปให้คําแนะนําแก่เด็กเป็นรายบุคคล

          ในชั้นเรียนของเธอเป็นชั้นเรียนที่คละอายุ มีเด็กโตเป็นผู้นําและรับผิดชอบงานต่าง ๆ มากกว่า เด็กโตช่วยสอนและเป็นตัวแทนให้แก่เด็กที่เล็กกว่า เธอมีความสนิทสนมกับทุกคนในห้องเหมือน พี่ - น้อง ไว้วางใจและเข้าใจกัน

          มอนเตสซอรี่เชื่อว่า เมื่อเด็กอยู่ชั้นมัธยมศึกษาเขาต้องออกไปแสวงหาความรู้จากโลกภายนอก ดังนั้นเมื่อเธออยู่เกรด 7 จึงได้ออกไปฝึกงานบริษัทสร้างภาพยนตร์โฆษณา ทําให้ได้มีโอกาสผลิตภาพยนต์ความยาว 2 นาที 43 วินาที เธอได้ทําหน้าที่เป็นผู้ช่วย งานที่ทําคือ ขนอุปกรณ์จัดเตรียมแสง ถือแผ่นสะท้อนแสง ฯลฯ เธอคิดว่านี่คือประสบการณ์ชีวิตที่เธอได้รับ ทํ าให้ได้พบกับบุคคลที่น่าสนใจ ได้สัมผัสรสชาติของชีวิตในการทํางาน และทําให้ได้รับความรู้ว่าชีวิตการทํางานจะเป็นอย่างไรในธุรกิจเกี่ยวกับการทําภาพยนตร์

          เธอจึงคิดว่าเด็กทุกคนควรจะมีโอกาสได้รับการศึกษาในระบบมอนเตสซอรี่ เพราะเธอเองก็ยังคงรักโรงเรียนและยังคงรักที่จะเรียนรู้เด็กเหมือนกับต้นไม้ที่ต้องการรากที่แข็งแรง มอนเตสซอรี่จะให้พื้นฐานที่มั่นคงที่จะเป็นฐานสําหรับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิตของเราต่อไป

ความรู้สึกของผู้ปกครอง

          ผู้ปกครองท่านนี้มีบุตร 2 คน อายุ 9 และ 11 ปี ทั้งสองคนเรียนอยู่ในโรงเรียนมอนเตสซอรี่ที่สหรัฐอเมริกาตั้งแต่อายุ 3 ขวบ โรงเรียนมีถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ผู้ปกครองคิดว่าจะให้เรียนต่อจนจบ แล้วจึงจะไปต่อมัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียนรัฐบาลหรือเอกชน ซึ่งเขาคาดหวังว่าลูกของเขาจะเป็นคนตัดสินใจเลือก

          เมื่อถามว่าทําไมเลือกให้ลูกเรียนในระบบมอนเตสซอรี่ เขาก็บอกว่าภรรยาเป็นคนตัดสินใจจริง ๆ แล้วเขาไม่ได้อยากให้ลูกเขาไปเรียน พอผ่านไปเกือบปี ตัวเขาเองก็เปลี่ยนความรู้สึกเป็นพอใจ เมื่อพบว่าลูกพัฒนาความรู้สึกของการทํางานเป็นทีมและการเป็นผู้ชี้นําตนเอง สามารถเข้ากับคนอื่น ๆ ได้ดีและมีความมั่นใจ มีทัศนคติต่อคนอื่นคล้ายผู้ใหญ่สนใจและเอาใจใส่เกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นไปในโลก

          ปัญหาของพ่อคือกลัวว่าลูกชายคนโตจะมีปัญหาในการไปเรียนต่อระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย แต่เมื่อเห็นพัฒนาการของลูกแล้วก็ไม่วิตกกังวล เพราะลูกมีความมั่นใจเขาเคยชินกับการมีอิสระในการคิด การทํา คิดว่าลูกคงไม่กังวลกับการสอบ เมื่อไปถึงเวลานั้นลูกจะเข้ากับคนอื่น ๆ ได้ดี

          สําหรับประเทศไทย ผู้ปกครองหลายคนได้แสดงความพอใจที่ลูกได้เรียนในโรงเรียนอนุบาลมอนเตสซอรี่ว่า ลูกมีสมาธิดีขึ้น รู้จักสังเกต ชอบแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ช่วยเหลือตนเองได้มากขึ้น และข้อสําคัญคือ รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น ช่วยงานบ้าน ดูแลน้อง มีความสุข อยากมาโรงเรียนถึงแม้จะจบไปแล้วก็อยากกลับมาเรียนอีก พื้นฐานการคิด การสังเกตดี จากการที่โรงเรียนให้นักเรียนยืมหนังสือจากห้องสมุดกลับไปอ่านที่บ้านได้ทําให้ลูกมีนิสัยรักการอ่าน ผู้ปกครองคนหนึ่ง บอกว่าทุกข์ใจมากที่ลูกอยู่อนุบาล 3 แต่อ่านไม่ได้เลย เข้าเรียนชั้น ป .1 ต้องวิ่งเต้นให้ได้เข้าเรียน แต่เหมือนสิ่งมหัศจรรย์เมื่อเวลาผ่านไป 1 สัปดาห์ลูกหยิบหนังสือขึ้นมาและสามารถอ่านหนังสือได้ ผู้ปกครองหลายท่านบอกว่านักเรียนจะมีพื้นฐานทางวิชาการอ่อนกว่าเรียนที่โรงเรียนในระบบเร่งอ่าน - แต่เมื่อเข้าเรียนชั้น ป .1 ได้ระยะหนึ่งก็สามารถติดตามบทเรียนได้สําหรับความพร้อมด้านอื่นๆ ผู้ปกครองมีความพึงพอใจมาก