|
ความเป็นมา
ในปี
ค.ศ.1945 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เพียง 6 วัน คนกลุ่มหนึ่งในวิลลาเซลลา
(Villa Cella) ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ห่างจากตัวเมือง Reggio Emilia
2-3 ไมล์ กําลังร่วมมือกันที่จะจัดตั้งโรงเรียนสําหรับเด็กๆ ในหมู้บ้าน
(เรกจิโอ เอมิเลีย เป็นเมืองๆ หนึ่งทางตอนเหนือของประเทศอิตาล ลอริส มาลากุซซ
(Loris Malaguzzi) ซึ่งเป็นครูสอนระดับมัธยมศึกษาในขณะนั้นได้ขี่จักรยานตรงไปยังหมู้บ้านนั้นพบว่าแม่บ้านหลายๆ
คนกําลังช่วยกันขนและล้างก้อนอิฐที่ขนมาจากซากปรักหักพังจากสงคราม กลุ่มผู้ก่อตั้งชวนมาลากุซซี
ทํางานก่อตั้งโรงเรียนนี้ด้วยกัน เมื่อรู้ว่ามาลากุซซี่เป็นครู ชาวบ้านกลุ่มนี้ตั้งใจที่จะก่อตั้งโรงเรียนด้วยตนเอง
ที่ก่อสร้างโรงเรียนเป็นที่ดินจากการบริจาคจากชาวนาคนหนึ่ง ก้อนอิฐ คานเหล็ก
คานไม้ได้มาจากบ้านที่ถูกระเบิด ส่วนทรายนั้นขนจากแม่น้ำ แรงงานในการก่อสร้างเป็นงานอาสาสมัครจากคนในหมู่บ้าน
โดยทุกคนจะหมุนเวียนมาทํางานในตอนเย็นของทุกวันและวันอาทิตย์ เงินที่ใช้จ่ายในการก่อสร้างในระยะเริ่มต้นนั้นได้มาจากการขายรถถัง
รถบรรทุก และม้า ส่วนงบประมาณในการดําเนินโรงเรียนนั้นชาวบ้านบอกอย่างมุ่งมั่นว่าจะจัดหามาภายหลัง
ระยะเวลาแปดเดือนที่ผ่านไปโรงเรียนใน
Villa Cella ก็เสร็จเรียบร้อยพร้อมด้วยมิตรภาพอันแน้นแฟ้นที่ก่อตัวขึ้นมาระหว่างมาลากุซซี่และกลุ่มผู้ปกครองที่ร่วมกันก่อตั้งโรงเรียน
ช่วงเวลานั้นหลายๆ โรงเรียนตามเขตชานเมือง หรือในหมู่บ้านที่ยากจนก่อตั้งขึ้นมาด้วยความคิดและการทุ่มเททั้งแรงงาน
แรงใจและเงินทุนจากผู้ปกครองทั้งสิ้น โรงเรียนเหล่านั้นต้องฟันฝ่าอุปสรรคโดยเฉพาะอุปสรรคจากความยากจน
หลายๆ โรงเรียนต้องปิดตัวเองลงในที่สุด โรงเรียนส่วนใหญ่ที่คงอยู่ได้ถึง
20 ปีจะเป็นโรงเรียนที่ยืนหยัดได้ด้วยความเข้มแข็ง ความอดทนและความอุตสาหะอย่างสูงในการฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ
ส่วนโรงเรียนที่ Villa Cella นั้นอยู่รอดได้ด้วยกลุ่มหญิงแม่บ้านที่เป็นผู้ริเริ่มและได้รับความช่วยเหลือจาก
National Liberation Committee (NLC)
มาลากุซซี่ตัดสินใจหันเหมาทํางานด้านเด็กเล็กอย่างจริงจังหลังสอนอยู่ในโรงเรียนมัธยมศึกษาเป็นเวลา
7 ปี โดยเริ่มทํางานกับเด็กที่มีปัญหาในการเรียน(children with difficulties
in school) ที่ศูนย์สุขวิทยาจิตซึ่งดําเนินการโดยเทศบาลเมืองด้วยประสบการณ์ทางจิตวิทยาที่เรียนรู้เพิ่มเติมจาก
National Center for Research ที่กรุงโรม ส่วนในช่วงบ่ายถึงเย็นนั้นจะไปทํางานกับโรงเรียนเล็กๆ
ดําเนินการโดยกลุ่มผู้ปกครอง ซึ่งในโรงเรียนนี้มาลากุซซี่ได้ทํางานกับกลุ่มครูที่มีคุณสมบัติที่แตกต่างจากครูโรงเรียนอื่นๆ
ครูเหล่านี้เต็มไปด้วยความคิดที่มากมาย กระตือรือร้น และมีพลังที่ไร้ขอบเขตในการทํางาน
มาลากุซซี่ทํางานร่วมกับครูกลุ่มนี้ด้วยทัศนคติว่าในขณะที่ครูกําลังสอนนักเรียนอยู่นั้นครูก็กําลังเรียนรู้จากนักเรียน
การเรียนรู้จากนักเรียนทําให้ครูตระหนักถึงความด้อยโอกาสของนักเรียนในด้านสุขภาพอนามัย
ภาวะทุพโภชนาการ การใช้ภาษาท้องถิ่นที่เคยชินจนไม่คุ้นเคยกับภาษาอิตาลีมาตรฐาน
มาลากุซซี่และกลุ่มครูเพิ่มเป้าหมายของการทํางานมาสู่กลุ่มของผู้ปกครองในการช่วยแก้ปัญหาที่พบในเด็ก
การทํางานร่วมกับผู้ปกครองเพื่อเป็นประโยชน์ต่อเด็กนั้น เป็นงานที่กลุ่มครูและมาลากุซซี่ขาดทั้งความรู้และประสบการณ์
แต่ทุกคนมีความมุ่งมั่นที่ไปถึงประโยชน์สูงสุดของเป้าหมายนั้น ดังนั้นการทําความเข้าใจกับผู้ปกครองก็คือหลักการที่ว่าสิ่งที่เกี่ยวกับเด็กและสิ่งที่เด็กต้องการนั้นเราต้องเรียนรู้จากเด็ก
ซึ่งหลักการนี้อาจถูกต้องในบางสถานการณ์หรือไม่ถูกต้องในบางสถานการณ์ การลองถูกลองผิดของมาลากุซซี่เป็นการเรียนรู้ที่นํามาซึ่งปัญญาและเป็นการนําร่องและเตรียมตนเองต่อการเปลี่ยนแปลงในปี
1963
ปี
1963 จากความร่วมมือของกลุ่มผู้ปกครอง ครู และมาลากุซซี่ โรงเรียนโรบินสันเป็นโรงเรียนแรกที่ดําเนินการโดยเทศบาลเมืองและเป็นโรงเรียนขนาด
2 ห้องเรียน เด็กปฐมวัย 60 คน (แต่เดิมนั้นโรงเรียนสําหรับเด็กปฐมวัยดําเนินการโดยโบสถ์คาทอลิก)
ซึ่งเป็นการเรียกร้องจากผู้ปกครองที่ต้องการให้การจัดการศึกษาสําหรับเด็กระดับนี้เป็นสวัสดิการจากการปกครองท้องถิ่น
เป็นบริการทางสังคมที่รัฐจัดสรรให้แก่ประชาชน งบประมาณและการเงินที่ดําเนินในโรงเรียนมีความมั่นคงจากการจัดสรรโดยเทศบาลเมืองไม่ใช่จากการบริจาคดังที่ผ่านมา
ผู้ปกครองต้องการโรงเรียนปฐมวัยรูปแบบใหม่ที่มีคุณภาพดีขึ้นนอกเหนือจากการทําหน้าที่เป็นเพียงผู้ดูแลเด็กเท่านั้น
ความร่วมมือกันอย่างมุ่งมั่นและสม่ำเสมอ ระหว่างพ่อแม่ ผู้ปกครองก่อให้เกิดวิวัฒนาการรูปแบบและแนวคิดการดําเนินการจัดการการจัดบรรยากาศ
สิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย จนเป็นที่รู้จักของนักการศึกษาในกลุ่มประเทศยุโรป
และอเมริกาเหนือ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1980 เป็นต้นมา
ทฤษฎีที่มีอิทธิพล
หลักเบื้องต้นที่ก่อให้เกิดพัฒนาการของการเรียนการสอนใน
Reggio Emilia พัฒนาจากแนวคิดและทฤษฎีจากนักการศึกษา นักวิทยาศาสตร์ นักสังคมวิทยา
นักจิตวิทยา ในช่วงทศวรรษ 1960 ซึ่งเป็นกระแสคลื่นลูกแรกของแหล่งแนวคิดที่มีผลต่อแนวการจัดทางการศึกษาในยุคนั้น
อาทิ แนวคิดของ Jean Piaget, John Dewey, Henri Wallon,Edward Chaparede,
Ovide Decroly, Anton Makarenko,LevVygotsky, และ Erik Erikson Urie Bronfenbrenner
ศึกษา The New Education ซึ่งเขียนโดย Pieree Bovet และ Adolfe Ferriere
เรียนรู้เทคนิคการสอนจาก Celestine Freinet ในประเทศฝรั่งเศส เรียนรู้การทดลอง
progressive education ที่โรงเรียน Dalton ในกรุง New York และการวิจัยของ
Piaget และเพื่อนร่วมงานที่กรุง Geneva
การศึกษาอย่างจริงจังถึงผลงานต่างๆ
ที่กล่าวมาเป็นแนวทางที่ขับเคลื่อนกระแสประสบการณ์ของกลุ่มทํางานการศึกษาปฐมวัยใน
Reggio Emilia ไปในทิศทางที่ชัดเจนยิ่งขึ้นพร้อมกัน
ในทฤษฎี
ข้อค้นพบ ข้อสังเกต ข้อมูลจากการทดลอง ข้อมูลทางการวิจัย มาปรับใช้โดยคํานึงถึงสภาพทางสังคม
เศรษฐกิจ และการเมืองของชุมชนใน Reggio Emilia ดังคําเตือนของ Piaget ที่ว่า
ความผิดพลาดและความวิกฤติของวิธีการสอนสําหรับเด็กเกิดขึ้นเนื่องจากการขาดความสมดุลระหว่างข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
และการประยุกต์ใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มาเป็นข้อปฏิบัติในสภาพทางสังคมที่เป็นจริง
มาลากุซซี่และครูใน Reggio Emilia เชื่อแนวความคิดตามหลักของ Dewey ที่ว่าการเรียนรู้ต้องเกิดจากการที่ผู้เรียนสนใจที่จะเรียนรู้และลงมือปฏิบัต
เพื่อก่อให้เกิดประสบการณ์ตรงที่จะนําไปสู่การเรียนรู้ในตัวผู้เรียน การศึกษาไม่ใช่เกิดจากการกําหนดหลักสูตรล่วงหน้าที่ตายตัวและปฏิบัติตามแผนการสอนนั้นตลอดเวลา
ค้นหาในส่งการศึกษาว่าเด็กๆเป็นผู้ลงมือปฏิบัติจริง
ในช่วงทศวรรษ
1970 คลื่นความคิดลูกที่สองที่ประกอบด้วยกลุ่มนักการศึกษา รวมทั้ง นักจิตวิทยา
เช่น Wilred Carr, David Shaffer,Kenneth Kaye, Jerome Kagan, Howard Gardner
นักปรัชญา เช่น David Hawkins และนักทฤษฎ เช่น Serge Moscovici, Charles
Morris, Gregory Bateson, Heinz VonFoerster และ Francisco Varela ตลอดจนการศึกษาค้นคว้าทางด้านประสาทวิทยาแนวความคิดเหล่านี้ยิ่งก่อให้เกิดความหลากหลาย
แง่มุมมองที่หลากหลายที่นําไปสู่การปฏิบัติที่มีความลื่นไหลและความคล่องตัวในการจัดกิจกรรมและประสบการณ์ที่เหมาะสมกับเด็ก
กระบวนการ
หลักการ
|