|
นวัตกรรมภาษาธรรมชาติที่ปรากฏในเมืองไทย
|
|
การเรียนรู้ภาษาแบบธรรมชาติเป็นนวัตกรรมที่มีส่วนช่วยในการพลิกผันให้ผู้เรียนได้มีโอกาสเข้าสู่การศึกษาอย่างมีคุณค่าและมีความหมาย
ก่อให้เกิดปัญญากับผู้เรียนในบริบทของสังคมหรือตามสภาพแวดล้อมของท้องถิ่นนั้น
ๆ แม้ว่าองค์ความรู้และที่มาของนวัตกรรมนี้จะเริ่มจากต่างประเทศ แต่ในปัจจุบัน
เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๖ คณะทำงานฝ่ายการศึกษามูลนิธิชมรมไทย-อิสราเอล ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา
สยามบรมราชกุมารีฯ ได้เห็นความสําคัญของการพัฒนาภาษาสําหรับเด็กปฐมวัย
จึงได้ศึกษาองค์ความรู้นี้อย่างต่อเนื่อง จนเห็นความสามารถทางภาษาของเด็กที่เกิดขึ้นจริงในโรงเรียนอนุบาลของไทย ในปี
พ.ศ. ๒๕๔๒ ฝ่ายการศึกษามูลนิธิฯ ได้เชิญชวนเพื่อนจากโครงการเพื่อนร่วมทางสู่การศึกษาที่มีคุณค่าก่อให้เกิดปัญญา
จากโรงเรียนต่าง ๆ จํานวน ๑๕ โรง ซึ่งมีความทุ่มเทให้กับการพลิกเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ในโรงเรียน
มาศึกษาแนวคิดภาษาธรรมชาติโดยการจัดอบรมเชิงวิชาการและปฏิบัติการ โดยผู้เชี่ยวชาญชาวอิสราเอล
ราเคล เคดาร์ และเจเน็ต เฮิร์ซแมน จากศูนย์ฝึกอบรมนานาชาติ โกลดา แมรี่
เมาท์ คาร์เมล เมืองไฮฟา การศึกษาดูงาน การนําแนวคิดเข้าสู่การปฏิบัติจริงในโรงเรียน
ผลสําเร็จที่เกิดขึ้นส่วนสำคัญคือการทํางานช่วยเหลือวิเคราะห์การศึกษาร่วมกันเป็นกลุ่มย่อย
เรียกว่า กลุ่มพลังหนุน (Support Group) เพื่อการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ให้กําลังใจ มีการอภิปรายเชิงวิเคราะห์และสะท้อนกลับ และการจัดนิทรรศการ
แสดงผลงานเด็กและครูแลกเปลี่ยนกัน กระบวนการเรียนการสอนแนวภาษาธรรมชาติสร้างทั้งความสุขให้กับผู้เรียนและครูผู้สอน ขอเพียงครูและผู้ปกครองต้องทําใจยอมรับความเปลี่ยนแปลง ยินดีทํางานเพิ่มขึ้นเพื่อสั่งสมความสามารถในการสอนและนําลูกศิษย์ หากท่านเป็นครูหรือผู้ปกครองที่ต้องการความท้าทายในสิ่งที่ดีมีประโยชน์ ก็สามารถศึกษาแนวทาง นวัตกรรมการเรียนการสอนภาษาธรรมชาตินี้ แล้วทดลองใช้วิธีการที่ตนเองมั่นใจที่สุดก่อน แล้วท่านจะเห็นผลงานภาษาที่เกิดขึ้น แตกต่างจากแนวการสอนแบบเดิมด้วยตัวของท่านเอง |