|
การเรียนรู้ภาษาอย่างธรรมชาติแบบองค์รวม
|
|
การสอนภาษาอย่างธรรมชาติแบบองค์รวมนั้น
เริ่มจากครูต้องเข้าใจจุดเน้นของการเรียนรู้ภาษาแนวธรรมชาติ คือ ต้องเข้าใจพัฒนาการทางภาษาของเด็ก
ซึ่งประกอบไปด้วย ความสามารถทางภาษา ๔ ด้าน คือ การฟัง การพูด การอ่านและการเขียน
ซึ่งมีกระบวนการคิดเป็นแกนสําคัญ เพราะการใช้ภาษาของเด็กในรูปแบบต่าง ๆ
ล้วนแล้วแต่มาจากความคิดทั้งสิ้น ดังนั้นในความหมายของภาษาธรรมชาติ
การพัฒนามนุษย์จึงควรเริ่มต้นด้วยการพัฒนาความคิดก่อน โดยมีภาษาเป็นหน่วยสําคัญในการช่วยให้คนเราได้พัฒนาความคิดอย่างต่อเนื่อง
ดังแสดงให้เห็นด้วยลักษณะของภาษาและการใช้ภาษานั้นมีหลายรูปแบบเป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล
ก็เนื่องมาจากความคิดที่ไม่เหมือนกันนั่นเอง และการเรียนรู้ภาษาธรรมชาตินั้นหมายถึงการฝึกสร้างความสามารถทางภาษา
ทั้งฟัง - พูด - อ่าน - เขียน ในแต่ละด้านจะต้องสัมพันธ์เชื่อมโยงกันโดยไม่แยกออกจากกัน
จึงเรียกว่าการเรียนรู้ภาษาแบบองค์รวม ผู้สนใจต้องเข้าใจลักษณะการเรียนแบบนี้ให้ถูกต้อง
แล้วฝึกสังเกตวิเคราะห์ร่วมกัน โดยเฉพาะในเรื่องลําดับขั้นตอนพัฒนาการทางภาษาของเด็ก การพัฒนาภาษาโดยองค์รวมต้องอาศัยการพัฒนาการเรียนรู้ทั้งระบบ
จึงทําให้เกิดการพลิกผันหรือเปลี่ยนแปลงขึ้นภายในโรงเรียนได้ คือ เริ่มด้วยนโยบายของโรงเรียนควรเปลี่ยนแปลงไปก่อน
ต่อมาจึงเปลี่ยนแปลงบทบาทพฤติกรรมการเรียนการสอน ครู เด็ก ในขณะเดียวกันต้องจัดสภาพแวดล้อมทั้งในและนอกห้องเรียนให้เต็มไปด้วยโลกของภาษาเพื่อให้เด็กเข้าไปเรียนรู้
ค้นคว้า และซึมซับพัฒนาทางภาษา และการเรียนรู้ทุกด้านได้จากสภาพแวดล้อมนั่นเอง
ซึ่งจะอธิบายใน ๒ ประเด็น คือ ๑. นโยบายและแนวทางของโรงเรียน ๒. องค์ประกอบการเรียนรู้
๓ ส่วน คือ ๑. นโยบายและแนวทางการจัดการเรียนรู้ภาษาของโรงเรียนที่ควรเปลี่ยนแปลง โรงเรียนเป็นหน่วยงานสําคัญในการจัดการศึกษาให้แก่ชุมชน
ตามทัศนะของการสอนภาษาแบบธรรมชาติเห็นว่า โรงเรียนควรจัดการเรียนการสอนตามความเชื่อที่ว่า
จัดหลักสูตรให้เหมาะกับพัฒนาการของเด็ก ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
ไม่จําเป็นต้องมีตําราเฉพาะตายตัวสํ าหรับเด็ก แต่สามารถใช้หนังสือที่พบเห็นในชีวิต
หนังสือที่เด็กชอบ จัดตําราเรียนที่มีคุณภาพ หนังสืออ่านนอกเวลา เป็นหนังสือที่เด็กสนใจ หลักสูตรการศึกษาสําหรับเด็กแต่ละคนควรจะแตกต่างกันออกไปตามความแตกต่างของเด็กเป็นรายบุคคล
ครูต้องพัฒนาการทํางานเป็นทีม เพราะในโลกของเทคโนโลยีสมัยใหม่ต้องทํางานเป็นทีม
ครูต้องสอนเด็กให้อยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมอย่างมีความสุข โรงเรียนต้องปลูกฝังความรักการเรียนรู้และการพัฒนาความสามารถทางภาษาให้เด็กเพื่อเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ตลอดชีวิต
และในความหมายของการรู้ภาษาในบทที่ ๑ ที่กล่าวไว้ข้างต้น ทํ าให้มองเห็นแนวทาง
หลักสูตรการจัดการเรียนรู้ภาษาที่เป็นองค์รวม โดยผ่านกระบวนการคิดได้ชัดเจน
ดังนั้น โรงเรียนอนุบาลทุกวันนี้ ไม่ควรถือว่าการให้ความรู้เนื้อหาวิชาการเป็นเรื่องที่มีความสําคัญที่สุด
แต่ควรให้เครื่องมือแก่เด็กในการเรียนรู้เองตลอดไป การจะบรรลุความต้องการนั้น
เราต้องทำ ๓ เรื่องใหญ่ ๆ ที่เป็นองค์ประกอบการเรียนรู้ ๓ ส่วน คือ ๒. องค์ประกอบการเรียนรู้
๓ ส่วน องค์ประกอบที่
๑ การจัดสภาพแวดล้อมในรูปแบบของการสอนภาษาธรรมชาติ องค์ประกอบ
๒ กระบวนการเรียนรู้แบบธรรมชาติตามวัยวุฒิของเด็ก โดยครูต้องระลึกรู้ว่าธรรมชาติของเด็กจะเกิดมาพร้อมกับความสามารถในการเรียนรู้
มีสมองไว้คิดและมีประสาทสัมผัสทั้ง ๕ เพื่อการรับรู้ผ่านผัสสะ คือ ตา หู
จมูก ลิ้น ผิวกาย ทำให้สามารถเรียนรู้ ซึมซับสิ่งต่าง ๆ โดยธรรมชาติ และโดยการดําเนินชีวิตจริงร่วมกับพ่อแม่พี่น้อง
สิ่งแวดล้อมรอบตัวทุกขณะ ทุกเวลา ทุกสถานที่ ราเคล (Rachel Keidar) ได้กล่าวถึงการจัดกิจกรรมภาษาสําหรับเด็กปฐมวัยในการประชุมเรื่อง "การศึกษาปฐมวัยสร้างคนสร้างชาติ" (สถาบันแห่งชาติเพื่อการศึกษาสําหรับเด็กปฐมวัย : พ.ศ. ๒๕๔๒) ได้อธิบายทักษะความสามารถทางภาษาทั้ง ๔ ด้าน ฟัง - พูด - อ่าน -เขียน องค์ประกอบที่
๓ การจัดการเรียนการสอนของครู การจัดการเรียนการสอนที่สร้างให้เข้าใจการเรียนโดยไม่เกิดอุปสรรค
หรือความคับข้องใจ จะทําให้ครูและเด็กมีปฏิสัมพันธ์กันในเชิงสร้างสรรค์มากขึ้น
ต่างเปิดประตูการสื่อการที่ดีต่อกัน และช่วยให้เกิดความสุข ความสําเร็จในการเรียนภาษา
ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วครูจะจัดให้เกิดขึ้นในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
เป็นแบบเป็นแผน ในรูปแบบของกิจกรรมทางภาษาในกิจวัตรประจำวัน |