|
แนวทางการจัดการเรียนการสอน
|
|
1
. แบบแผนจังหวะชีวิตของเด็กและห้องเรียน (Rhythm) ต้องเป็นไปอย่างสมํ่าเสมอ ยิ่งไปกว่านั้น
แบบแผนการดําเนินชีวิตที่สมํ่าเสมอ จะทําให้เป้นเรื่องง่ายสําหรับเด็กที่จะดําเนินภารกิจซึ่งกระทําอยู่ทุกวันให้เสร็จสิ้น
เป็นการช่วยเสริมให้เด็กพัฒนาพลังเจตจํานงขึ้ นมาอย่างเป็นธรรมชาติ โรงเรียนอนุบาลวอลดอร์ฟแต่ละห้อง
แต่ละแห่ง หรือแม้กระทั่งแต่ละปีจะมีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่แตกต่างกันไป
ตามที่ครูผู้สอนจะเห็นเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ในแต่ละปีครูผู้สอนก็จะพิจารณากําหนดแบบแผนกิจกรรมในแต่ละสัปดาห์ขึ้นมา
ซึ่งแบบแผนนี้จะมีความสมํ่าเสมอ แน่นอน ไปจนตลอดปีอาจจะมีการแก้ไขหรือปรับเปลี่ยน
ยืดหยุ่นได้บ้างตามสถานการณ์ทว่าโดยหลักแล้วครูก็จะพยายามรักษาความคงเส้นคงวานี้ไว้ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างมีแบบแผนแน่นอน จะทําให้เด็กเกิดความมั่นคงภายใน
เนื่องจากสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่ากิจกรรมในลําดับต่อไปคืออะไร อีกประการหนึ่งความสมํ่าเสมอ
มั่นคงถาวร ก็จัดเป็นแบบฝึกหัดหนึ่งในการพัฒนาพลังเจตจํานงของเด็ก การจัดกิจกรรมจึงต้องมีทั้งกิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นประจําทุกวันตลอดทั้งปีและกิจกรรมที่หมุนเวียนกันไปแต่ละวันในหนึ่งสัปดาห์ 2.
การทบทวนหรือทํากิจกรรมซํ้า (Repetition) ภายหลังจากที่เด็กทําซํ้าจนเกิดความชํานาญแล้ว
เด็กก็จะหั นไปหาสิ่งใหม่เพื่อเรียนรู้โลกต่อไป การขัดขวางไม่ให้เด็กทําซํ้า
อาจทําให้เด็กหงุดหงิดเกิดความรู้สึกล้มเหลว ขณะเดียวกันการพยายามใช้สิ
่งของต่าง ๆ ด้วยเหตุนี้
กิจกรรมพื้นฐานในโรงเรียนอนุบาลวอลดอร์ฟ จึงเกิดขึ้นอย่างสมํ่าเสมอทุกวัน 3.
ความรู้สึกเกรงขาม (Reverence) การที่ครูปฏิบัติต่อทุกสิ่งด้วยความเคารพ
นอบน้อมในใจตน จะนําพาเด็กให้กลายเป็นผู้ที่มีสํานึก รู้คุณต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัว
ขณะเดียวกัน ความครั่นคร้าม น่าเลื่อมใสศรัทธา ก็เป็นสิ่งซึ่งก่อให้เกิดความอัศจรรย์ใจ องค์ประกอบในการจัดกิจกรรม ด้วยเหตุนี้
การกระทําใด ๆ ของครู จึงต้องเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การเลียนแบบ เป็นการกระทําที่ดี
ที่เหมาะสม และที่งดงาม เพราะเด็กจะหยิบรับสิ่งเหล่านี้ไปปฏิบัติได้โดยง่ายและรวดเร็วกว่าคําพูดมากนัก
การตระหนักถึงความสําคัญของการเลียนแบบ จะช่วยให้ครูสามารถดําเนินการเรียนการสอนในห้องเรียนได้ง่ายขึ้น
เป็นการลดภาระของครูทั้งทางกายภาพและจิตใจ กฎระเบียบต่าง ๆ หรือสิ่งใดก็ตามแต่ที่ครูเห็นว่า
เป็นสิ่งที่เด็กสมควรกระทํา เพียงแต่ครูกระทําให้ดูและกระทําอย่างสมํ่าเสมอ
เด็กก็จะรับไปปฏิบัติโดยปราศจากความกังขาใด ๆ นอกจากนั้น
เด็กยังอาจนําเอาสิ่งที่เห็นครูปฏิบัติไปเลียนแบบในการเล่นของตน ทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัวในเด็ก
ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะส่งผลต่อการพัฒนาพลังเจตจํานงเด็กขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง 2.
จินตนาการ (Imagination) กิจกรรมเหล่านี้
จะทําให้เด็กมีความคิดที่คล่องแคล้ว เฉียบคม ไม่ตายตัว และพัฒนาเป็นความคิดที่สร้างสรรค์ต่อไปในภายหลัง 3.
แรงบันดาลใจ (Inspiration) สําหรับเด็กแล้ว
ความแปรเปลี่ยนที่เห็นจากกิจกรรมดูน่าอัศจรรย์แต่ก็สามารถที่จะเข้าใจได้ดังนั้นจึงเป็นแรงบันดาลใจที่กระตุ้นให้เด็กอยากเรียนรู้หรือเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว นอกจากนี้
การใส่ใจกับความงดงาม ไม่ว่าจะเป็นการจัดห้อง จัดที่เก็บของเล่น ฯลฯ ก็เป็นแรงบันดาลใจอีกประการหนึ่ง
ในการส่งเสริมให้เด็กเลียนแบบ และนําไปสู่การพัฒนาพลังเจตจํานงในทิศทางที่ดีงาม เนื้อหาการสอน |